วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

คำขวัญวันสิ่งแวดล้อมโลก

รวมคำขวัญวันสิ่งแวดล้อมโลก WORLD ENVIRONMENT DAY


2528 (1985)
Youth, Population and Environment
เยาวชน ประชากรและสิ่งแวดล้อม

2529 (1986)
A Tree for Peace
ต้นไม้เพื่อสันติภาพ

2530 (1987)
Public Participation, Environment Protection and Sustainable Development

2531 (1988)
When people put the environment first, development will last
การมีส่วนร่วมของประชาชน การปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

2532 (1989)
Global Warming ; Global Warming
ภาวะโลกร้อน

2533 (1990)
Children and the Environment (Our Children, Their Earth)
เด็กและสิ่งแวดล้อม

2534 (1991)
Climate Change : Need for Global Partnership
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

2535 (1992)
Only One Earth : Care and Share

2536 (1993)
Poverty and the Environment : Breaking the Vicious Circle

2537 (1994)
One Earth, One Family
โลกใบเดียวครอบครัวเดียวกัน

2538 (1995)
We The Peoples, United for the Global Environment
ประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมโลก

2539 (1996)
Our Earth, Our Habitat, Our Home
รักโลก : ดูแลถิ่นฐานบ้านเรา

2540 (1997)
For Life on Earth
เพื่อชีวิตที่ยั่งยืนบนผืนโลก

2541 (1998)
For Life on Earth "Save our Seas"
เศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงชีวิตยั่งยืน

2542 (1999)
"Our Earth, Our Future … Just Save It"
รักโลก รักอนาคต รักษ์สิ่งแวดล้อม

2543 (2000)
2000 The Environment Millennium : Time to Act
ปี 2000 สหัสวรรษแห่งสิ่งแวดล้อม : ร่วมคิด ร่วมทำ เพื่อโลก เพื่อเรา"

2544 (2001)
CONNECT with the World Wide Web of Life
เชื่อมโยงโลกกว้าง ร่วมสร้างสานสายใยชีวิต

2545 (2002)
Give Earth a Chance
ให้โอกาสโลกฟื้น คืนความสดใสให้ชีวิต

2546 (2003)
Water - Two Billion People are Dying for It!
รักษ์น้ำเพื่อสรรพชีวิต ก่อนวิกฤติจะมาเยือน

2547 (2004)
Wanted ! Sea and Oceans - Dead or Live ?
ร่วมพิทักษ์ ร่วมรักษ์ทะเลไทย

2548 (2005)
PLAN FOR THE PLANET
เมืองเขียวสดใส ร่วมใจวางแผนเพื่อโลก

2549 (2006)
DON'T DESERT DRYLANDS!
เพิ่มความชุ่มชื้น คืนสู่ธรรมชาติ

2550 (2007)
Melting Ice - A Hot Topic
หยุดโลกร้อนด้วยชีวิตพอเพียง

2551 (2008)
CO2 Kick the Habit Towards a Low Carbon Economy
ลดวิกฤษโลกร้อน : เปลี่ยนพฤติกรรม ปรับแนวคิด สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

วันสิ่งแวดล้อมโลก



5 มิถุนายน ของทุกปี ประชาชาติทั่วโลกได้กำหนดให้เป็น วันแห่งการร่วมมือระหว่างชาติ
ของทั่วโลกเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม WORLD ENVIRONMENT DAY

หากนับย้อนไป ณ จุดเริ่มแรกของวันดังกล่าวที่ได้มีการตื่นตัวในด้านวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมขึ้นทั่วโลก
จึงได้มีมติให้จัดการประชุมใหญ่ที่กรุงสตอกโฮลม์ ระหว่างวันที่ 5 – 16 มิถุนายน พ.ศ. 2515 โดยมีรัฐบาล
ของประเทศสวีเดนเป็นเจ้าภาพ เรียกการประชุมนี้ว่า "การประชุมสหประชาชาติเรื่องสิ่งแวดล้อมของมนุษย์"
( UN Conference on the Human Environment )

ในการประชุมครั้งนั้นมี ผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,200 คน จาก 113 ประเทศ และมีผู้สังเกตการณ์อีกกว่า 1,500 คน
จากหน่วยงานของรัฐ องค์การสหประชาชาติ สื่อมวลชนแขนงต่างๆ เพื่อพิจารณาร่วมกันในการที่จะหาหนทาง
แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประเทศต่างๆ กำลังเผชิญอยู่ ผลจากการประชุมครั้งนั้นได้มีข้อตกลงร่วมกันหลายๆอย่าง
อาทิเช่น การจัดตั้งโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ( United Nations Environment Programme ) ซึ่ง
มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติมีหน้าที่ติดตามและประเมินผลการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางด้าน
สิ่งแวดล้อม รวมทั้งกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ทางที่ดี โดยมีความห่วงใยในเรื่องของ ดิน น้ำ
มลพิษทางอากาศ ในฐานะที่ทำหน้าที่กระตุ้นเพื่อให้มีการปฏิบัติทางสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม และเพื่อ
ให้เป้าหมายบรรลุผล จึงได้กำหนดวิธีการไว้ ดังนี้คือ
1. การสร้างความตื่นตัวในการเรียนรู้เรื่องของสิ่งแวดล้อม และให้การศึกษากับประชาชนและนิสิตนักศึกษาทั่วไป
2. ให้การสนับสนุนทางวิชาการ เผยแพร่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพื่อจะได้กระตุ้นให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
3. เสริมสร้างให้สถาบันและคนในสถาบันตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมต่อไป

นอกจากนี้แล้วผลจากการประชุมรัฐบาลของประเทสต่างๆได้รับข้อตกลงจากการประชุม มาดำเนินการจัดตั้ง
หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นในประเทศของตน รวมทั้งประเทศไทย รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติ
ส่งเสริมและรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2518 และก่อตั้งสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติขึ้น
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 อันเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย
และต่อมาในปี พ.ส. 2535 ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
เป็น 3 หน่วยงาน คือ
1. กรมควบคุมมลพิษ
2. กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
3. สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ในส่วนของสถาบันการศึกษาก็ได้มีการจัดสอนหลักสูตรด้านสิ่งแวดล้อมขึ้น ในหลายๆ มหาวิทยาลัย ซึ่งนับได้ว่า
เป็นก้าวสำคัญของการตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งบทบาทของสื่อมวลชนก็ได้ทำหน้าที่ส่งเสริม และเกื้อหนุน
ให้เกิดความตื่นตัวและสนใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง มากขึ้น

ถึงเวลาแล้วที่หมู่มวล มนุษยชาติควรจะมาร่วมรณรงค์และประหยัดทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ร่วมมือร่วมใจกันรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีต่อไปในอนาคต เพื่อลูกหลานของเรา โดยที่เรามาช่วยกันเสริมสร้างปลูกจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างทัศนคติในการอนุรักษ์ทรัพยากรกลับมาใช้อย่างรู้คุณค่า เราทุกคนควรมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะและรักษาทรัพยากรสิ่งแวดล้อมให้สดใส สมบูรณ์สำหรับทุกคนในอนาคต